บริการซ่อมบำรุงอาคาร: การซ่อมบำรุง เครื่องปรับอากาศของคุณ ฟิลเตอร์ (ไส้กรอง), คอยล์ และครีบระบายความร้อนของเครื่องปรับอากาศ ที่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กหรือใหญ่ ล้วนแล้วแต่ต้องการการบำรุงรักษาอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอตลอด

เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น หากคุณละเลยการบำรุงรักษาคุณอาจจะต้องพบว่าค่าไฟในแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ และเมื่อถึงเวลาที่เครื่องปรับอากาศมีปัญหาก็อาจจะต้องซื้อเครื่องปรับอากาศใหม่ เนื่องจากไม่สามารถซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่ได้อีก หากคํานวณบวกลบคูณหารกันแล้ว แน่นอนค่ะว่าการที่เราไม่ละเลยการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ มันจะคุ้มทุนมากกว่าต้องเสียเงินซื้อใหม่ก่อนเวลากำหนด และวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการดูแลเครื่องปรับอากาศที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานออกไปรวมถึงช่วยคุณประหยัดพลังงานอีกด้วยนะคะ

การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศของคุณ

1. ไส้กรองเครื่องปรับอากาศ (Filter)

ในเรื่องของการดูปลรักษาเครื่องปรับอากาศนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหมั่นตรวจเช็คประสิทธิภาพของไส้กรอง โดยการทำความสะอาดไส้กรองเป็นประจำ เพราะหากไส้กรองสกปรกหรืออุดตัน ก็จะทำให้อากาศไหลเวียนผิดปกติ หรือจะลดประสิทธิภาพของระบบลงอย่างมาก เพราะเมื่อสิ่งกีดขวางตัวกรอง มันอาจนำสิ่งสกปรกเข้าไปในคอยล์ได้ง่าย ๆ ส่งผลให้ความสามารถในการดูดซับความร้อนของขดลวดลดลง หากคุณรู้จักทำความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้กรองบ่อย ๆ ก็จะช่วยประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศลงได้ 5% ถึง 15% นั่นหมายความว่าคุณจะประหยัดค่าไฟลงด้วยเช่นกัน

สำหรับเครื่องปรับอากาศบางรุ่นนั้น ออกแบบมาให้สามารถใช้ไส้กรองประเภทใช้ซ้ำได้ แราแนะนำให้คุณควรเปลี่ยนไส้กรองทุก 2 เดือน หรือหากคุณมีพฤติกรรมชอบเปิดใช้งานบ่อย ๆ เป็นเวลานาน ๆ ก็หมั่นเปลี่ยนหรือทำความสะอาดไส้กรองให้บ่อยขึ้น ยิ่งภ้าหากคุณมีสัตว์เลี้ยงที่มีขนยาว คุณจะต้องพยายามตรวจเช็คไส้กรองบ่อยกว่าเดิมเป็นทุก ๆ 2 สัปดาห์ นะคะ เพื่อให้เครื่องปรับอากาศจะได้ให้ความเย็นฉ่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลาใช้งาน

คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับใครที่ใช้เครื่องปรับอากาศรุ่นเก่าและหาไส้กรองเปลี่ยนยากหรือเป็นรุ่นที่ไม่มีระบบกรองอากาศ เราแนะนำให้คุณใช้แผ่นกรองอากาศที่ติดตั้งเองได้ง่าย ๆ ราคาไม่แพง เพียงไม่กี่ขั้นตอน และใช้อุปกรณ์ที่หาได้ทั่วไปในการติดตั้ง มันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศของคุณได้อย่างมาก

2. แอร์คอยส์ (Conditioner Coil)

แอร์คอยส์ของเครื่องปรับอากาศมักจะเก็บสิ่งสกปรกต่าง ๆ ในขณะที่คุณเปิดใช้งาน แน่นอนค่ะว่าตัวกรองที่สะอาดจะป้องกันไม่ให้คอยล์ระเหยได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าตัวกรองอาจจะสะอาดแล้ว แต่ในเวลาที่ทำงานปกติคอยล์ก็จะยังคงสะสมสิ่งสกปรกอยู่เหมือนเดิม ซึ่งสิ่งสกปรกเหล่านั้น จะไปลดการไหลเวียนของอากาศและลดความสามารถในการดูดซับความร้อน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ให้ตรวจสอบคอยล์ของเครื่องปรับอากศทุก 6 เดือน หรือหากคุณไม่ค่อยใช้งานบ่อยก็ตรวจสอบทุกปีและทำความสะอาดตามความจำเป็น

หากสภาพแวดล้อมภายนอกมีฝุ่นหรือหากมีใบไม้ร่วงเป็นประจำ คุณจะเห็นได้ว่ามีสิ่งสกปรกต่างสะสมในครีบระบายความร้อนของเครื่องปรับอากาศ ดังนั้นคุณควรทำความสะอาดบริเวณรอบ ๆ คอยล์ด้วยโฟมล้างแอร์ เพื่อให้มีการไหลเวียนของอากาศรอบคอนเดนเซอร์อย่างเพียงพอ อย่าลืมตัดแต่งต้นไม้เจ้าปัญหาด้วยนะคะ

3. แผงฟินคอยล์ (Coil Fin)

ครีบอลูมิเนียมบนคอยล์เย็นและคอยล์คอนเดนเซอร์นั้นงอได้ง่ายและสามารถป้องกันการไหลของอากาศผ่านขดลวด ดังนั้นคุณควรดูแลรักษาความสะอาดหากปล่อยละเลยในส่วนนี้ก็จะเกิดปัญหาเกี่ยวระบบระบายความร้อนของ คอยล์เย็นได้เช่นกัน โดยส่วนใหญ่นั้นมักจะใช้ “fin comb“ เป้นลักษณะเหมือนหวีสางที่จะสางสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกได้อย่างสะดวกและง่ายดาย

4. ท่อระบายน้ำ (Condensate Drain)

คุณควรทำความสะอาดท่อระบายน้ำเป็นครั้งคราว เพราะช่องระบายน้ำที่อุดตัน จะทำให้เกิดความชื้นส่วนเกิน ที่เกิดส่งผลทำให้ผนังหรือพรมของคุณเปลี่ยนสีได้

5. จ้างช่างมืออาชีพ

เมื่อเครื่องปรับอากาศของคุณต้องการการบำรุงรักษามากกว่าปกติ คุณควรจ้างช่างบริการมืออาชีพ ที่มีเทคนิคและผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี พวกเขาจะค้นหาและแก้ไขปัญหาในระบบปรับอากาศของคุณได้ตรงจุด และนี่คือสิ่งที่ช่างควรทำเมื่อให้บริการคุณ

ตรวจสอบปริมาณสารทำความเย็นที่ถูกต้อง
ทดสอบการรั่วไหลของสารทำความเย็นโดยใช้อุปกรณ์ตรวจจับรอยรั่ว
ตรวจสอบการรั่วของท่อในระบบส่วนกลาง
วัดการไหลของอากาศผ่านคอยล์เย็น
ตรวจสอบขั้วไฟฟ้าทำความสะอาดและขันให้แน่น
ตรวจสอบมอเตอร์น้ำมันและสายพาน เพื่อความรัดกุม
ตรวจสอบความแม่นยำของเทอร์โมสตัท
ตรวจสอบลำดับการควบคุมไฟฟ้าที่ถูกต้อง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบทำความร้อนและระบบทำความเย็นไม่สามารถทำงานพร้อมกันได้

วิธีใช้เครื่องปรับอากาศ ให้มีประสิทธิภาพที่สุด

– ก่อเปิดเครื่องปรับอากาศคุณควรตรวจสอบประตูหน้าต่างว่าปิดสนิทดีแล้ว เพื่อป้องกันอากาศถ่ายเท หากยังปิดไม่สนิทจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักได้ นอกจากนี้หากเป็นไปได้คุณควรใช้ผ้าม่านแบบกันความร้อน หรือสามารถกันแสงแดดได้ เลือกผ้าที่มีความหนาจะช่วยให้ห้องของคุณเย็นรวดเร็วขึ้น
– ตั้งค่าอุณหภูมิไว้ที่ 26-27 องศา และเปิดพัดลมควบคู่ไปด้วย วิธีนี้จะประหยัดไฟมากกว่าการเปิดอุณหภูมิที่ 25 องศา
– หลีกเลี่ยงการเปิกใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ระบายความร้อน อาทิเช่น หม้อหุงข้าว ที่หนีบผม กาต้มน้ำร้อน หรือรีดผ้าไปด้วย เป็นต้น
– การปิดหลอดไฟที่ไม่จำเป็นจะช่วยให้อุณหภูมิในห้องเย็นขึ้น
– หากคุณรู้ว่าจะปิดเครื่องปรับตอนไหน คุณควรตั้งค่าการปิดก่อนเวลาจริงอย่างน้อย 30 – 60 นาที เพราะอุณหภูมิภายในห้องยังคงเย็นอยู่ได้นาน หลักการเดียวกับการรีดผ้าเลยค่ะ